ต หน้า2                                           ต้นรัก 4แผ่นจบ ปกสกีนพร้อม เขต นุ่น

**เรื่องย่อละครไทย  ” ต้นรัก “


คุณหญิงอำไพ ยุทธศาสตร์ เป็นม่าย เธอมีลูกชายคนเดียวชื่อ ชิงชัย เมื่อสามีตาย คุณหญิงได้รับญาติห่างๆ ซึ่งเป็นเด็กสาวสวยน่ารักมาเลี้ยง ชื่อ พิกุล เวลาผ่านไป ชิงชัยเป็นหนุ่ม พิกุลเริ่มเป็นสาวชิงชัยนั้นรักพิกุลมากขึ้นทุกวัน พิกุลเองก็รักและภักดีกับชิงชัย
เช่นกัน แต่เธอรู้ตัวว่าเธอนั้นยากจน ต่ำต้อยกว่าชิงชัยมากนัก พิกุลจึงเจียมตัวตลอดมา แล้วคืนหนึ่งชิงชัยอดใจไม่ไหว เข้าหาพิกุล ความรักทำให้พิกุลยอมเป็นของชิงชัย เมื่อคุณหญิงรู้เรื่องโกรธพิกุลมากแต่ด้วยความดีของพิกุล ที่อ่อนน้อมถ่อมตนช่างเอาใจดูแลปรนนิบัติคุณหญิงและชิงชัยทุกอย่าง เมื่อพิกุลท้อง คุณหญิงก็ใจอ่อน ยอมให้เธอขึ้นมาอยู่บนตึกกับชิงชัยได้ พิกุลคลอดลูกเป็นหญิง หน้าตาน่ารักน่าชัง ชิงชัยตั้งชื่อว่า ชนิดาพร หรือ ปู

เมื่อปูอายุได้ไม่กี่เดือนวันหนึ่งคุณนายจรวยซึ่งเป็นทั้งญาติห่างๆ และเพื่อนของคุณหญิงอำไพมาหาที่บ้านจรวยมาปรับทุกข์ว่ารักเร่ลูกสาวคนเดียว ซึ่งแต่งงานไปกับประกอบนักธุรกิจและไปตั้งรกรากอยู่อเมริกาได้เป็นม่ายเสีย แล้ว เพราะประกอบเสียชีวิตอย่างกะทันหัน รักเร่มีลูกสาว 1 คน ชื่อ รื่นเริง หรือ อุ้ม จรวยเป็นห่วงรักเร่มาก เธอรู้มาว่าชิงชัยกำลังจะเดินทางไปดูงานที่อเมริกา จรวยจึงอยากให้ชิงชัยดูแลรักเร่ด้วย

คุณหญิงอำไพเริ่มดีดลูกคิดรางแก้วทันที เนื่องจากขณะนั้นเธอนำเงินมรดกจากสามีไปลงทุนธุรกิจหลายอย่าง แต่ก็ไม่สำเร็จ คุณหญิงรู้ว่าจรวยนั้นรวยมาก จึงคิดจะให้ชิงชัยแต่งงานกับรักเร่ เธอจึงรีบหาทางทุกอย่างที่จะให้ชิงชัยไปดูงานและถือโอกาสเรียนต่อด้วยเลย เพื่อให้ใกล้ชิดรักเร่ และห่างไปจากพิกุล ชิงชัยซึ่งรักและเชื่อฟังมารดามาตลอด ต้องตามใจมารดา ชิงชัยยังอยู่อเมริกาอีกนาน เวลาผ่านไปเมื่อปูอายุได้3ขวบคุณหญิงได้พาทุกคนในครอบครัวไปพักผ่อนที่ บางแสน ซึ่งจรวยไปด้วย คืนนั้นฝนตกหนัก พายุแรง พิกุลซึ่งตั้งใจจะมาคอยปรนนิบัติคุณหญิงกลับได้ยินจรวยเล่าให้คุณหญิงฟัง ว่าชิงชัยซึ่งแต่งงานกับรักเร่แล้วนั้นขณะนี้รักเร่คลอดลูกเป็นชายแล้วเธอ ได้เป็นยายส่วนคุณหญิงก็ได้หลานย่าคนใหม่เป็นชาย พิกุลเสียใจมาก

คืนนั้นเธอออกจากบ้านพักแล้วหายไปท่ามกลางสายฝน และลมพายุรุนแรงนับจากวันนั้นไม่มีใครพบพิกุลอีกเลยคุณหญิงมั่นใจว่าพิกุลคง เสียใจเรื่องของชิงชัยจึงตัดสินใจเดินลงทะเลเพื่อฆ่าตัวตายคุณหญิงจึงเป็น ผู้อุปการะปูนับจากวันนั้นเป็นต้นมา เวลาผ่านไปอีก5ปีปูอายุได้8ขวบเธอก็ได้รู้ว่าชิงชัยบิดาของเธอกำลังจะเดิน ทางกลับจากต่างประเทศพร้อมด้วยแม่เลี้ยงและยังมีลูกติดของแม่เลี้ยงอีก1คน กับน้องชายร่วมบิดาอีก1คนปูทั้งตื่นเต้นและหวาดกลัวเพราะจากนิทานสารพัด เรื่องที่เธออ่านแม่เลี้ยงก็ล้วนแต่โหดร้ายกับลูกเลี้ยงทั้งนั้น

คุณหญิงทั้งเวทนาและสงสารปู คุณหญิงได้แต่หวังว่ารักเร่คงไม่เป็นเช่นนั้น ทว่า…เมื่อชิงชัยรักเร่ รื่นเริงและรักชาติ มาถึงเข้าจริงๆ ท่าทางที่รักเร่แสดงออกต่อปูนั้นทั้งรังเกียจ เกลียดชังปูอย่างชัดเจน จนชิงชัยไม่กล้าที่จะแสดงออกถึงความรัก ความห่วงใยที่มีต่อปู ดวงตาของปูทำให้ชิงชัยคิดถึงพิกุลมากขึ้น รักเร่เริ่มอาการเหยียดรังแกเห็นแก่ตัวอย่างไม่น่าเชื่อ เริ่มตั้งแต่จะขอห้องนอนของปูให้อุ้มกับอั๋น พอคุณหญิงค้านก็โกรธ คุณหญิงจึงต้องยอมให้ใช้ห้องพิกุลรับรองแขกแทนรักเร่พอใจ เมื่อเห็นว่าห้องนี้ตกแต่งสวยกว่าห้องของปู และเมื่อชิงชัยรื้อกระเป๋าหยิบตุ๊กตาตัวโตน่ารักเพื่อให้ปู อุ้มก็จะแย่ง รักเร่เข้าข้างอุ้ม พร้อมกับสัญญาณว่าจะซื้อตัวใหม่ให้ปู รักเร่ได้โอกาสแกล้งปูด้วยการซื้อตุ๊กตาถูกๆน่าเกลียดให้ปูแทน

เมื่อคุณหญิงอำไพเห็นเข้า เธอก็นึกน้อยใจแทนปู เธอนึกเสียใจที่สนับสนุนให้ชิงชัยแต่งงานกับรักเร่ เพื่อหวังจะให้ชิงชัยมีฐานะที่มั่นคง แต่รักเร่ในปัจจุบันไม่ได้น่ารัก น่าเอ็นดูอย่างที่เธอหวังไว้ แม้ชิงชัยเองเมื่อมาเห็นตุ๊กตาที่รักเร่ซื้อให้ปู เขาเองก็ยังเสียใจที่รักเร่ไร้เหตุผล เห็นแก่ตัวเหลือเกิน ชิงชัยสงสารปูมากจนต้องพาเธอไปซื้อของเล่นให้ใหม่ ปูเลือกรถจักรยานซึ่งเป็นสิ่งที่เธออยากได้มาก เย็นนั้นชิงชัยพาปูไปหัดขี่รถที่สวนลุมฯ ทุกครั้งที่ชิงชัยดีกับลูก รักเร่จะโกรธแค้นมาก แม้กับอั๋น ถ้าเล่นและคลุกคลีกับปู รักเร่ก็จะพาลหาเรื่องหยิกตีอั๋นเสมอ ใกล้บ้านของจรวย มีครอบครัวของทนายความหนุ่มใหญ่ หล่อและสมาร์ท ชื่อ พีระ พีระแต่งงานกับเสาวธาร สาวหน้าหวานอ่อนโยน ทั้งคู่มีลูกชาย 1 คน อายุประมาณ 13 ปี ชื่อ พสุธา หรือ อ๋อง เมื่อพบกับพีระ รักเร่มองเขาอย่างติดใจ เธอ “บริหารเสน่ห์” กับพีระอย่างเต็มที่ พีระได้แต่มองอย่างขำๆ เขามองออกว่า รักเร่นั้นเป็นสาวที่เฟลิ้ตและร้อนแรงมาก จะอย่างไรพีระก็ยังคงซื่อสัตย์ต่อเสาวธาร เสมอส่วนเด็กๆนั้นอ๋องจะชอบเล่นกับปูและอั๋นมากกว่าอุ้ม เพราะอุ้มทั้งขี้โกง ชอบแกล้งชอบเล่นแรงๆ กับปูและอั๋นเสมอ ถ้าอ๋องอยู่ด้วยเขาจะคอยกันไม่ให้อุ้มแกล้งปูได้ นั่นยิ่งทำให้อุ้มเกลียดปูมากขึ้นจนถึงขั้นขี่จักรยานชนปูล้มลงเท่านั้นยัง ไม่พอ อุ้มยังขี่รถทับนิ้วเท้าของปูจนร้าวอีก ชิงชัยทั้งเบื่อและอ่อนใจในความร้ายกาจ ของรักเร่และอุ้มแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้เพราะยังห่วงอั๋นอยู่อีกคน

คุณหญิงอำไพนั้นก็เริ่มจะทนไม่ไหวมากขึ้นทุกวันเหตุการณ์มาถึงที่สุด ในวันหนึ่งเมื่อรักเร่มาใช้ให้ปูขัดรองเท้าให้ทั้งที่ไม่จำเป็นเพราะบ่าว ไพร่มีมากมาย รักเร่ต้องการเหยียดและกดปูให้รู้ตัวว่าเธอต้อยต่ำ ชาติกำเนิดเป็นเพียงลูกกำพร้าและลูกคนใช้เท่านั้น แต่ปูไม่ยอมทำรักเร่รีบไปฟ้องชิงชัยเสาซึ่งเป็นลูกนางสุขแม่ครัว ซึ่งอยู่มานานทนไม่ได้ที่เห็นปูถูกแกล้งเสาจึงไปขัดรองเท้าให้รักเร่แทน ชิงชัยกลับออกมาดูปูในครั้งแรกเขาก็บอกให้ปูไปขัดรองเท้าให้รักเร่แต่เมื่อ นึกขึ้นมาได้ถึงความไม่เหมาะที่หลานคุณหญิงต้องมาขัดรองเท้าให้กับแม่เลี้ยง ชิงชัยรู้ทันว่ารักเร่ต้องการแกล้งปูอย่างไร้สาระและร้ายกาจ…ต้องการทำร้าย จิตใจของปู เขาจึงบอกปูว่าไม่ต้องทำ ชิงชัยกอดปูอย่างสงสารมากส่วนรักเร่ไปแอบดูเสา เพื่อหาเรื่องแกล้ง เธอขัดใจที่เสาคอยมาขวางไม่ให้เธอทำร้ายปูได้สักครั้ง เป็นคราวเคราะห์ของเสาที่ขัดรองเท้าไปก็บ่นว่ารักเร่ ว่าเป็นเจ้าแม่ฟ้าผ่า เขาพร่ำถึงอุ้มว่าเป็นตะละแม่รังแตน รักเร่ได้ยินพอดี จึงหาเรื่องจะตีเสา ปูเข้ามาขวางไว้ รักเร่จึงใช้ปูให้ยกแจกันลายครามใบโตขึ้นไปข้างบน ปูไม่อยาก แต่รักเร่ก็บังคับจนได้

ขณะที่ปูพยายามยกแจกันซึ่งใหญ่เกือบเท่าตัวเธอขึ้นบันได อุ้มก็วิ่งสวนลงมาชนอย่างเจตนา ปูตกบันได แจกันแตก เศษแจกันตำมือเธอจนเลือดไหล รักเร่จึงถือโอกาสตีปูอย่างแรง ซ้ำจะตบหน้าปูอีก เสาทนไม่ได้จึงคว้าไม่ตะพดเลี่ยมทองเหลืองตีรักเร่รักเร่กับอุ้ม จึงต้องสู้กับเสาและพยายามตีปูให้ได้ รักเร่จิกหัวปูอย่างโหดร้าย ตีอย่างไม่นับ ปูร้องไห้อย่างเจ็บปวดและหวาดกลัวกว่าชิงชัยกับอำไพจะมาช่วย ปูก็น่วมไปทั้งตัว รักเร่ชิงฟ้องชิงชัยก่อน อำไพยืนฟังอย่างแค้นใจ จนไม่ทันสังเกตว่า ปูกับเสาหายไป กว่าจะรู้เรื่อง เด็กทั้งสองก็หายไปจากบ้านแล้ว

ปูหนีออกมาด้วยความน้อยใจและเสียใจที่ชิงชัยทำเหมือนไม่รักเธอเลย เสาตามไปด้วยความรู้สึกจงรักภักดีกับปู เขารู้ว่าปูเป็น “นาย” ของเขา เขามีหน้าที่ต้องคุ้มครองป้องกันเธอให้ดีที่สุดเด็กทั้งคู่เดินร้องไห้ไปตาม ถนนอย่างน่าสงสาร กว่าชิงชัยจะตามเจอก็ใช้เวลานานมาก เขารีบพาปูไปทำแผล ชิงชัยเวทนาลูกมาก เขาตัดสินใจจะพารักเร่ อุ้ม กับอั๋น ไปเช่าบ้านอยู่ เพื่อตัดปัญหาทั้งปวง แต่รักเร่กลับพูดอย่างเห็นแก่ตัวว่า คุณหญิงอำไพ กับปูควรจะเป็นฝ่ายไปมากกว่า เมื่อชิงชัยไปบอกคุณหญิงว่าเขาจะไปอยู่หลังเก่าที่บางกะปิ คุณหญิงกลับเป็นฝ่ายบอกว่า เธอกับปูจะเป็นฝ่ายไปเอง นั่นยิ่งทำให้ชิงชัยเสียใจมาก แต่เขาก็ขวางมารดาไม่ได้ ในวันย้าย อั๋นจะตามไปด้วย รักเร่ก็อาละวาดจนน่าเกลียด ที่บ้านใหม่ พีระ เสาวธาร และตามมาเยี่ยม ปูกับเสาจึงหายเหงาไปได้ นอกจากนั้นอ๋องยังพาเพื่อนสนิท คือ ประทีป กับสุรินทร์มาด้วย และพามาบ่อยๆ จนเด็กๆ สนิทสนมกันมากต่อมาพีระต้องไปอยู่เชียงใหม่เพื่อไปดูกิจการสวนลำไยของครอบ ครัว

อ๋องกับเสาวธารจึงต้องไปด้วย เมื่ออ๋องจบมัธยมปลาย พีระจึงส่งอ๋องไปเรียนต่อที่อังกฤษในสายของตำรวจสืบสวน รักเร่ก็ส่งอุ้มไปเรียนเลขาที่อังกฤษเช่นกัน อุ้มไม่จบอะไรกลับมา ขณะที่อ๋องเรียนเก่งมา ซ้ำยังรูปหล่อ เท่ห์อีกด้วย อุ้มนั้นติดใจอ๋องมาก ส่วนอ๋องคงทำตัวเป็น “พ่อปลาไหล”เพื่อให้อุ้มมา “เกาะติด” กับตัวเขา เมื่ออุ้มกลับมากรุงเทพฯ เธอก็เฝ้าพูดถึงแต่อ๋อง ขณะเดียวกันก็ทำเฟลิ้ตกับหนุ่มอีกหลายคนแต่ที่ติดใจพิเศษคือบรรเจิด ซึ่งเป็นเพลย์บอยและเจ้าชู้อย่างร้ายกาจ ซึ่งกลับถูกใจอุ้มหนักหนา ในขณะที่รักเร่ไม่ชอบเขาเลยเมื่อมีข่าวว่าอ๋อง กำลังจะกลับกรุงเทพฯรักเร่รีบเสนอตัวจัดงานต้อนรับอ๋องอย่างหรูหรา เธอไม่ยอมชวนปูมาร่วมงานด้วย แต่ชิงชัยไม่ยอม เขากับอั๋นคะยั้นคะยอปู อีกทั้งคุณหญิงเองก็ปลอบให้ปูไปงานนี้ ที่งานเลี้ยงทันทีที่รักเร่เห็นปู เธอก็รีบขอร้องอย่างอ่อนหวานให้ปูไปช่วยเตรียมอาหารว่าง โดยอ้างว่าคนไม่พอ รักเร่เจตนา หมกปูให้เป็นนางก้นครัว เมื่อนานเข้าปูก็เริ่มมองออกว่ารักเร่ต้องการอะไร เพราะงานในครัวก็มีคนมาช่วยทำมากมาย ไม่จำเป็นที่จะต้องให้เธอมาช่วยเลย ปูน้อยใจที่ถูกกีดกัน อีกทั้งอ๋องเองก็ไม่มีทีท่าว่าจะสนใจไต่ถามถึงเธอเลย ปูจึงหลบออกมาทั้งน้ำตา หนีไปหลังบ้านเพื่อตามหาเสาซึ่งขับรถมาให้เธอ

ปูกลับไปหาคุณย่าของเธอ แต่ขณะที่ปูเดินแกมวิ่งไปนั้น อ๋องซึ่งเบื่ออุ้มมากที่ประกบเขาไว้ตลอดเวลาจึงหาโอกาสเลี่ยง หลบไปทางสวนหลังบ้านบ้าง เมื่อเห็นปูวิ่งไป อ๋องก็วิ่งตามไป ท่าทางของปูสะดุดใจอ๋องมาก ปูตกใจที่ถูกวิ่งตาม จึงรีบหนีจนล้มลง อ๋องจึงตามมาทัน เรียกเธอว่า “ปูลม” ปูจึงจำเขาได้ เธอหันกลับมาหาอ๋องทันที ส่วนอ๋องเมื่อเห็นหน้าปูชัดๆ เขาตกตะลึงที่ปูสวยน่ารักเหลือเกิน แม้จะไม่มีเครื่องเพชรหรูหราประดับสักชิ้น อ๋องติดใจปูมากส่วนอุ้มเมื่อตามมาเจออ๋องอยู่กับปูก็ไม่พอใจ เธอชวนอ๋องกลับเข้างานโดยอ้างว่าถึงเวลาอาหารแล้ว ทุกคนกำลังรออยู่ อ๋องจะพาปูไปด้วย อุ้มก็ไม่ยอม อั๋นซึ่งตามมาพอดี จึงพาปูไปที่โต๊ะของเธอ ซึ่งอยู่ห่างจากโต๊ะของอ๋อง รักเร่และอุ้มมาก อย่างไรก็ตามเมื่อได้โอกาสอ๋องก็หลบมาหาปูอีก และหาโอกาสเต้นรำกับปูจนได้ แม้ว่าเพลงแรกเขาจำต้องเต้นรำกับอุ้ม แต่หลังจากนั้น อ๋องก็เต้นรำกับปูทุกเพลง จนรักเร่ต้องหาทางแกล้งอีก

แต่ในที่สุด ปูก็กลับเป็นสาวน้อยที่สวยสะดุดตาหนุ่มๆ มากมาย จนถูกขอเต้นรำหลายต่อหลายเพลงอุ้มริษยาจนแทบคลั่ง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้คืนนั้นอ๋องแอบมอมเหล้าเสาแล้วเสนอตัวไปส่งปูที่บ้านเขา อ้างว่าจะได้กราบคุณหญิงอำไพด้วยถ้ายังไม่นอนตลอดทางกลับบ้านอ๋องแกล้งขับรถ ช้าๆแต่เขาก็สุภาพและอ่อนหวานกับปูมากเช่นกันปูหวั่นไหวกับท่าทางของอ๋องที่ มีต่อเธอจนหน้าแดงบ่อยๆท่าทางเขินอายของปูกลับทำให้อ๋องประทับใจปูมากขึ้น โดยไม่รู้ตัว นับจากนั้นเป็นต้นมา อ๋องก็กลายเป็นแขกประจำบ้านบางกะปิของคุณหญิงอำไพ ตามมาด้วยประทีป นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ทั้งคู่ใจตรงกันเรื่อง “ปู″ ต่างก็มีชั้นเชิงและลวดลายในการจีบทั้งคู่แต่คุณหญิงมองออก ว่าปูนั้นชอบอ๋องมากกว่า

วันหนึ่งปูกับอั๋นไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าหรูในกรุงเทพฯปูกับอั๋นแยก กันเดินดู ในสิ่งที่ชอบแม้ปูจะรู้ว่าอั๋นนั้นขาดแคลนทุกอย่าง ทั้งความรักจากรักเร่และเงินเบี้ยเลี้ยงสาเหตก็เพราะอั๋นรักย่าและรักปูนั่น เอง รักเร่พยายามบีบคั้นอั๋นทุกอย่างเพื่อให้อั๋นเลิกไปหาคุณหญิงอำไพผู้เป็นย่า และปูพี่สาวต่างมารดา แต่อั๋นก็ไม่ยอมอั๋นจึงกลายเป็นเด็กขาดรักจนเก็บกดอย่างไม่น่าเชื่อ ในวันนั้นอั๋นฉกนาฬิกาแขวนรูปมิกกี้เม้าส์มาจากห้างนั้น อั๋นถูกจับได้ ปูจึงช่วยด้วยการยอมรับว่าเป็นความผิดของเธอเอง เธอรีบคืนนาฬิกาเรือนนั้นไป พร้อมกับของที่เธอซื้อมาด้วย เพื่อตัดปัญหาปูรีบพาอั๋นกลับบ้าน ในรถที่เสาเป็นผู้ขับ ปูไม่พูดไม่ดุอั๋นเลย เธอได้แต่กอดน้องชายคนเดียวอย่างสงสารและเวทนาที่สุด อั๋นเองก็เสียใจที่ปล่อยให้ความโลภเข้าครอบงำจนทำให้ปูต้องเดือดร้อน ระหว่างที่ 2 พี่น้องนั่งรถกลับบ้านอย่างทรมานใจ อุ้มซึ่งผ่านมาพบเห็นเหตุการณ์นั้นพอดี ได้รีบร้อนกลับไปซักข้อมูลจากพนักงานขาย เท่านั้นยังไม่พอ อุ้มยังบอกอีกว่าปูนั้นชื่อจริงคือ ชนิดาพรยุทธศาสตร์ และนิสัยเป็นอย่างนี้มานานแล้ว อุ้มสะใจมากกับการกระทำครั้งนี้ของเธอ ส่วนปูกับอั๋นกลับบ้านเหงาๆ

เมื่อถึงบ้านคุณหญิงเห็น 2 พี่น้องไม่แจ่มใสนัก จึงพาไปในห้องนอน เธอหยิบนาฬิกาข้อมือที่สามีเธอหรือปู่ของอั๋นทิ้งไว้ให้หลานชาย อั๋นดีใจเพราะนาฬิกาสวยมาก ที่สำคัญคุณค่าของนาฬิกาที่เป็นมรดกจากคุณปู่เป็นสิ่งที่มีค่าต่อจิตใจของ เขามากกว่า นอกจากนี้คุณหญิงยังให้แหวนเพชรกับปู และบอกว่าแหวนวงใหญ่จะเป็นของอั๋น ส่วนปูจะได้ตึกแถวที่บางขุนพรหม จากการสังเกตของคุณหญิงรู้ว่า ปูกับอั๋นนั้นเป็นพี่น้องที่รักกันมาก คุณหญิงรู้สึกสบายใจขึ้น เมื่อคิดว่าเมื่อเธอต้องตาย ปูก็จะไม่โดดเดี่ยวจนเกินไป ส่วนรักเร่ก็ทนกับความเฉยชาของชิงชัยไม่ได้ จึงพบกับพิศาล นักศึกษาหนุ่มเจ้าเล่ห์ ลักลอบหาความสุขด้วยกันอย่างไม่ละอายใจ จนถึงขั้นพิศาลขอให้รักเร่พาเขามาในบ้านยุทธศาสตร์ เมื่อชิงชัยไปทำงานและเด็กๆ ไปโรงเรียนกันหมด ร้ายกว่านั้นรักเร่ยังทำทุกวิธีทางทั้งออดอ้อน ตัดพ้อ ขอความเห็นใจ ฯลฯ เพื่อให้ชิงชัยทำประกันชีวิตและเมื่อรู้ว่าเขามีประกันชีวิตอยู่แล้ว รักเร่ก็ขอให้เขาเพิ่มวงเงินประกันชีวิตให้สูงขึ้นอีกมากมาย โดยอ้างว่าถ้าเขาเป็นอะไรไปทั้งเธอกับอั๋นจะได้ไม่ลำบากชิงชัย ยอมรับปากอย่างประชดประชัน

ทางอุ้มเมื่อแกล้งปูได้ครั้งหนึ่งก็ได้ใจ เธอแต่งตัวและหวีผมให้คล้ายปู แล้วก็ไปลักเล็กขโมยน้อยฉกสินค้าตามห้างต่างๆ เมื่อถูกจับได้เธอก็บอกว่าว่าเธอชื่อ ชนิดาพร แต่ถ้าจับไม่ได้ อุ้มก็จะเอาของพวกนั้นมาเก็บไว้เองอย่างสะใจอุ้มทำโดยอ้างเหตุผลให้ตัวเอง ว่าเพราะปูเป็นผู้ทำลายความสุขของเธออุ้มคงคบหาเที่ยวเตร่กับบรรเจิดจนท้อง แต่รักเร่รู้ เธอก็ทุบตีอุ้มรุนแรง รักเร่เสียงดังมาก จนชิงชัยกับอั๋นต้องเข้ามาช่วย อั๋นเอาตัวบังให้อุ้มจนถูกลูกหลงหลายที เมื่อชิงชัยพารักเร่ออกไปแล้ว อั๋นเข้าไปปลอบอุ้ม อุ้มซึ้งใจกับน้ำใจของอั๋นมาก รักเร่เมื่อสงบสติอารมณ์ได้แล้วเธอเข้ามาหาอุ้มแล้วแนะนำให้อุ้มใช้มารยา จับอ๋องหรือประทีปให้รับผิดชอบในเรื่องของอุ้มอุ้มได้จังหวะเมื่อประทีป กำลังเหงาและเศร้าใจเพราะผิดหวังจากปูอุ้มออดอ้อนให้เขาพาไปเที่ยวจนเลยเถิด ประทีปเสียทีอุ้มเขารับปากอย่างลูกผู้ชายว่าเขาจะแต่งงานกับเธออุ้มดีใจมาก แต่ก็ยังคงหาโอกาสแกล้งปูต่อไป เธอไปที่ร้านเพชร แล้วแอบหยิบแหวนเพชรมา 1 วง แบบของแหวนใกล้เคียงกับแบบของปูที่คุณหญิงให้อย่างบังเอิญที่สุด อ๋องได้รับคำส่งให้ตามจับสาวน้อยมือไวรายนี้ ข้อมูลที่ได้มาทำให้อ๋องหนักใจมากเพราะชี้ชัดมายังปู

วันหนึ่งอ๋องไปพบปูที่บ้าน อ๋องเห็นแหวนในนิ้วของปูก็ถึงกับอึ้งไป เมื่อแบบของแหวนใกล้เคียงกับที่เจ้าของร้านเพชรแจ้งหายไว้ อ๋องรีบกลับอย่างผิดปกติ ส่วนประทีปก็ไปขอร้องให้พ่อกับแม่คือ เทพและราตรี ไปสู่ขออุ้มให้เขา ซึ่งพ่อแม่ไม่ยอมรับอุ้มอย่างเด็ดขาด วันนั้นประทีปผลีผลามออกจากบ้านอย่างกลุ้มใจ ประทีปไปหาอ๋องกับสุรินทร์เพื่อปรึกษา อ๋องและสุรินทร์พยายามเตือนประทีปเรื่องความประพฤติของอุ้ม แต่ประทีปก็คงยืนยันตามเดิม อ๋องเริ่มลงมือสืบเรื่องของปูอย่างทรมานใจ เวลาผ่านไป เทพและราตรียังคงเฉยต่อคำขอร้องของประทีป ส่วนอั๋นเมื่อรู้เรื่องว่าอุ้มวางแผนจับประทีปเขาก็ไม่สบายใจอั๋นรู้ว่าอุ้ม เอาเปรียบประทีปเกินไป เขาตัดสินใจทำอะไรบางอย่างทันที ก่อนที่อุ้มจะทวงถามสัญญากับประทีป เทพและราตรีก็บอกเขาว่าจะมาพบชิงชัย เพื่อขอลูกสาว ประทีปดีใจมาก รีบบอกอุ้ม เมื่อวันสำคัญมาถึงเทพและราตรีก็มาพบชิงชัยตามนัด รักเร่ปลื้มมากที่ลูกสาวจะได้แต่งงานกับทายาทนักธุรกิจใหญ่ แต่แล้วเทพกลับเอ่ยปากขอปูให้แต่งงานกับประทีป รักเร่โกรธมากอีกตามเคย ประทีปเมื่อรู้เรื่องก็รีบมาขอพบชิงชัยเพื่อย้ำว่าต้องเป็นอุ้มไม่ใช่ปูชิง ชัยสงสาร ประทีปจึงบอกให้เขารอสัก 5-6 เดือน เพราะชิงชัยมั่นใจว่าเมื่อถึงเวลานั้นอุ้มคงใกล้คลอดเต็มที ประทีปก็จะได้ตาสว่าง แต่ว่าเมื่อประทีปออกมาจากห้องสมุดกำลังจะกลับบ้านอุ้มซึ่งมองมาเห็นพอดี จึงรีบวิ่งลงมาจากชั้น 2 เธอพลาดตกบันไดเลือดออกมากประทีปจึงรีบตามหมอสุรินทร์มาตรวจ

สุรินทร์บอกประทีปว่าอุ้มแท้งและที่สำคัญเธอท้องได้ประมาณ3เดือนแล้ว ประทีปรีบกลับบ้านทันทีเขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้ชายที่โง่ที่สุดเทพกับ ราตรีดีใจที่ประทีปรู้ความจริงเสียทีอุ้มถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล ตลอดเวลาอุ้มรักษาตัว รักเร่ไม่เคยมาเยี่ยมหรือสนใจเลยว่าอุ้มจะเป็นอย่างไร รักเร่โกรธและอายที่อุ้มทำเรื่องขายหน้าให้วงศ์ตระกูล โดยที่รักเร่ไม่มองว่าที่อุ้มเป็นเช่นนี้ก็เพราะตัวเธอเองที่เลี้ยงอุ้มไปใน ทางที่ผิดๆ เมื่อคุณหญิงอำไพรู้เรื่องจึงให้ปูกับอั๋นไปเยี่ยมอุ้ม ปูนำอาหารและผลไม้ไปเยี่ยมปูดูแลอุ้มอย่างดีจนอุ้มเสียใจที่เคยร้าย กับปูมาก่อนปูแนะนำให้อุ้มไปพักกับคุณนายจรวยอุ้มไม่ยอมไปบอกคุณนายจรวยปู อ้อนวอนจนจรวยยอมไปรับอุ้มกลับบ้านพอดีกับที่อ๋องและชูศักดิ์สืบจนได้ร่อง รอยว่า “สาวมือไว” คืออุ้มนั่นเอง อ๋องเริ่มรวบรวมหลักฐานและพยานให้มากขึ้นเพื่อจับอุ้มเรื่องราวชุลมุนมาก ขึ้น เมื่อชิงชัยไปดูงานต่างประเทศ คุณหญิงอำไพเจ็บหนัก รักเร่หลงไหลพิศาลมากถึงขึ้นพามาหาความสุขในบ้าน แล้ววันหนึ่ง ก็เกิดเหตุใหญ่เมื่อคุณหญิงอำไพอาการทรุดหนัก เธอร่ำร้องจะพบอั๋นให้ได้ ปูจึงให้เสาขับรถไปบ้านยุทธศักดิ์ บังเอิญในวันนั้นอั๋นไม่สบายจึงไม่ได้ไปโรงเรียน เขากินยาแล้วนอนหลับอยู่ในห้อง รักเร่ซึ่งไม่เคยสนใจอั๋นอยู่แล้วคิดว่าบ้านปลอดคน จึงพาพิศาลไปหาความสุขในห้องสมุดที่ชิงชัยอยู่ประจำ ระหว่างนั้นอั๋นตื่นขึ้นจึงลุกจะไปหาอาหารกลางวัน เขาเดินผ่านห้องสมุดได้ยินเสียงคนคุยกันจึงหยุดฟัง รักเร่วางใจว่าไม่มีใครอยู่ในบ้าน จึงปิดประตูห้องสมุดไม่สนิท พิศาลรบเร้าให้รักเร่หาทางฆ่าชิงชัยเพื่อหวังเงินประกัน อั๋นแอบดูอย่างโกรธแค้น ภาพที่เห็นทำให้อั๋นเสียใจและแค้นใจรักเร่แทนชิงชัย เขาทนเห็นแม่ตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของชายชู้ไม่ได้ แถมยังคบคิดกันฆ่าพ่อของเขาอีก

อั๋นโกรธพิศาลมากจึงวิ่งไปหยิบปืนของชิงชัยมายิงพิศาลจมกองเลือด จังหวะนั้นเองปูซึ่งมาถึงบ้านยุทธศาสตร์แล้ว ได้ยินเสียงปืนจึงวิ่งไปตามเสียง ปูตกใจที่เห็นอั๋นถือปืนแล้วมีคนเจ็บด้วยความรักและห่วงอั๋นปูจึงแย่งปืน จากมืออั๋นมาถือไว้ ปูไม่รู้ว่าเมื่อเธอถึงยุทธศาสตร์ อ๋องกับชูศักดิ์ก็มาถึงเช่นกันเขามาหลังจากที่ไปพบอุ้ม อ๋องตะล่อมถามจนอุ้มยอมรับว่าเธอเองที่ ฉกของ ทุกอย่างมาจากห้างสรรพสินค้า รวมถึงแหวนเพชรวงนั้นด้วย โดยใช้ชื่อของปู อุ้มยอมคืนแหวนกับของทุกอย่างที่เธอเก็บไว้ในลิ้นชักส่วนตัวในห้องนอนที่ ยุทธศาสตร์ อุ้มให้กุญแจกับอ๋องไปไขหยิบเอง อ๋องไปถึงบ้านยุทธศาสตร์ในขณะเกิดเรื่องยุ่งพอดีเมื่ออ๋องเข้าไปในห้องสมุด ทั้งอั๋นกับปูต่างแย่งกันพูดว่าตนเป็นคนยิงพิศาลรักเร่ได้แต่ร้องไห้ห่วง พิศาลกับห่วงอั๋นในความเป็นแม่ที่เหลืออยู่รักเร่ให้อั๋นบอกกับอ๋องว่าปู เป็นคนยิงแต่อั๋นไม่ยอมอ๋องรีบเรียกรถพยาบาลส่งพิศาลไปห้องฉุกเฉินปูร้องไห้ พลางบอกอั๋นว่าคุณย่าป่วยหนักต้องการพบอั๋นมาก อ๋องยอมพาไปพบทันเวลาสุดท้ายพอดี

คุณหญิงอำไพพร่ำฝากปูกับอั๋นอ๋องเองก็รับคำว่าเขารักปูและขอแต่งงานกับ เธอ ปูร้องไห้ปานจะขาดใจขณะที่อ๋องฝืนทำหน้าชื่นคุณหญิงอำไพสิ้นใจอย่างสงบ หลังคุณหญิงสิ้นใจอ๋องต้องพาปูกับอั๋นไปฝากขังเขา พยายามชี้แจงเหตุผลอย่างไรก็ไม่สำเร็จปูยังคงยืนยันว่าเธอเป็นคนยิงพิศาลเอง อั๋นก็เช่นกันอ๋องได้แต่ทำไปตามระเบียบคือพิสูจน์เขม่าปืนกับรอเวลาที่ชิง ชัยจะกลับมาส่วนรักเร่ได้แต่ขังตัวอยู่ในห้องทั้งห่วงอั๋นและห่วงพิศาล เมื่อชิงชัยกลับมา ผลการพิสูจน์เขม่าปืนก็ออกมาว่า อั๋นเป็นผู้ยิงพิศาล ปูแม้จะเป็นอิสระแต่ก็ห่วงน้องห่วงงานศพคุณหญิงจนยุ่งไปหมด คืนวันหนึ่งหลังจากกลับงานศพ ชิงชัยฝันถึงคุณหญิงอำไพ ฝันว่าเธอมาต่อว่าเขามากมายเรื่องรักเร่ พิกุล ปู กระทั่งอั๋น เมื่อตื่นขึ้น ชิงชัยแค้นใจรักเร่จนทนไม่ไหว เขา “เฆี่ยน” รักเร่จนแตกไปทั้งตัวอย่างคลุ้มคลั่ง ก่อนจะให้คนรถพารักเร่ไปส่งบ้านคุณนายจรวยพร้อมกับฝากไปบอกว่ารักเร่จะไป เหยียบบ้านยุทธศาสตร์อีกไม่ได้สภาพของรักเร่ทำให้จรวยช็อคตายทันที

อ๋องให้พีระบิดาของเขาว่าความให้อั๋น พงษ์ศักดิ์กลับชอบปู เขาวางแผนส่งคนไปฆ่ารักเร่ แล้วฉุดปู แต่ก่อนที่เหตุร้ายจะเกิดขึ้นอีก อ๋องได้ช่วยสาลินีน้องสาวของพิศาลให้พ้นจากผู้ร้ายบ้ากามได้หวุดหวิดพงษ์ ศักดิ์ จึงยอมบอกเรื่องแผนการทั้งหมด ที่แย่คือหลังจากจ่ายเงินให้เหล่าร้ายแล้ว เขาก็ติดต่อกับพวกมันอีกไม่ได้ อ๋องจึงวางแผนซ้อนแผนจนจับคนร้ายได้ทุกคน  ส่วนรักเร่กินยาตาย พีระว่าความให้อั๋นจนสุดฝีมือ อั๋นจึงเพียงถูกรอลงอาญาเท่านั้น เมื่อเรื่องร้ายผ่านไป วันเวลาแห่งความสุขก็มาถึง ปูกับอ๋อง ประทีบกับศรีสุรางค์ และหมอสุรินทร์กับคู่มยุรี
วันหนึ่งขณะที่ปูกับอั๋นพร้อมกับชิงชัยไปเคารพศพคุณหญิงที่สุสานทั้ง3พบกับ ผู้หญิงคนหนึ่งมาเคารพศพอยู่แล้วและกำลังจะกลับ ชิงชัยจำได้ทันทีว่าเธอคือพิกุล เมียรักที่หนีไปนานแสนนานนั่นเอง อั๋นแม้จะดีใจที่ปูพบแม่ แต่ตัวเองก็สะเทือนใจที่รักเร่แม่ของตนต้องตาย อั๋นกลัวว่าพิกุลจะร้ายกับตนเหมือนรักเร่ทำกับปูแต่ความดีความมีเมตตามี น้ำใจขอพิกุลก็เอาชนะใจอั๋นจนได้อั๋นยอมเรียกพิกุลว่าแม่ครอบครัวนี้จึงพบ ความสุข

Visitors: 173,495